“ขุนพันธ์ 2” หนังแอ๊กชั่นฮีโร่พันธุ์ไทย มันส์ ดุเดือด เลือดพล่าน

23 ส.ค. 61

9265 views

การกลับมาของ “ขุนพันธ์ 2” หนังบู๊ในแนวดิบๆ เถื่อนๆ สไตล์ไทย ยิงกันโป้งป้างๆ เลือดสาด แฝงแง่คิดการเสียดสีสังคมไทยได้อย่างแนบเนียน


ต้องยอมรับว่าในช่วงนี้ เป็นช่วงที่วงการหนังไทยซบเซา ค่ายใหญ่ๆ หลายค่ายต่างลดการผลิต เหลือปีละไม่กี่เรื่อง ซึ่งก็ทำให้คนดูอย่างเราห่างหายจากความรู้สึก  Movie ไทยสไตล์ไป แต่การกลับมาของ “ขุนพันธ์ 2” ทำให้อารมณ์ของดูหนังไทยในสมัยก่อนกลับมาอีกครั้ง หนังบู๊ในแนวดิบๆ เถื่อนๆ สไตล์ไทย ยิงกันโป้งป้างๆ เลือดสาด แฝงแง่คิดการเสียดสีสังคมไทยได้อย่างแนบเนียน


ขุนพันธ์ 2 ในภาคนี้ พูดถึงการปราบชุมนุมเสือร้ายในภาคกลาง จอมโจรผู้โด่งดั่งในการปล้นคนรวยเพื่อช่วยคนจน อย่าง “เสือฝ้าย” หัวหน้าชุมโจรเชิ้ตดำ มีอาคมสะกดทุกสิ่งหยุดนิ่ง และพละกำลังมหาศาล และมีมือขวาคนสนิทคือ “เสือใบ” ผู้มีวิชากระสุนคต ตะกรุดแคล้วคลาด โดยหลังการถูกพักราชการอย่างไม่มีกำหนดของ พ.ต.ท.ขุนพันธ์รักษ์ ราชเดช นายตำรวจสายบู๊ผู้มีวิชาอาคมแกร่งกล้า ได้สวมรอยเข้าไปสืบเงื่อนงำคดีการฆ่าตำรวจในนาม "เสือบุตร์" และการเดินทางสู่ถ้ำเสือชุมโจรของขุนพันธ์จึงเริ่มต้นขึ้น


ความรู้สึกแรกที่ได้เข้าไปชม รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความเป็นคาวบอย แต่เป็นคาวบอยในฉบับไทยแลนด์ ผู้กำกับนำเสอนผ่านจากซาวน์ของหนัง บทพูด รวมถึงฉากแอ๊กชั่นในเรื่อง ดูเป็นคาวบอยเล่นของ และทันทีที่เปิดโรง หนังก็ขยี้ความตื่นเต้นได้ทันที เรียกว่าลุ้นตั้งแต่วินาทีแรกยันนาทีสุดท้าย ที่ต้องขอชม คือมีการเล่าเรื่องที่ดี เล่าง่ายๆ ไปเป็นสเต็ป มีเส้นที่ชัดเจน แม้จะมีออกทะเลไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสขาดหาย ไม่มีมีช่วงรู้สึกเบื่อหน่าย ดูได้เพลินๆ หรือบางคนอาจจะสนุกถึงขั้นละสายตาไปจากจอไม่ได้เลยก็ได้ เรียกว่าหนังก็เอาคนดูได้อยู่หมัด และบทที่สอดแทรก เสียดสีวงการสีกากีได้อย่างฉลาดหลักแหลม จนคนดูต้องฉุกคิดและสะท้อนใจขึ้นมา


ด้านฉากแอ็กชั่น ทำได้ดี สนุกมาก ลุ้นตลอด  ใครที่เป็นสายโหดๆ นี่บอกเลยว่าถึงมาก ทั้งหวาดเสียว ดุเดือด ฉากยิงกันก็ยิงกันแบบหูตับดับไหม้ สาดกระสุนกันโป้งป้าง เลือดพล่าน กระซ่านกระเซ็นเต็มจอ ขายความมันส์ ความเถื่อนได้ถึงขีดสุด ไลน์ท่าทางในการออกบู๊ มีความแปลกใหม่ ครีเอทให้ไม่ติดอยู่ในโหมดเดิมๆ ที่เคยดูกัน ยิ่งฉากไฮไลท์ใช้เชือกควงปืนของอนันดาแล้วนั้น ยังติดตา ทำเอาว้าวได้อยู่เลย ส่วนสเปเชียลเอฟเฟกต์ ก็จัดมาแบบไม่หวงของ นั่งดูไปแล้วก็ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจเพราะความหลอกตา 


แต่เรื่องที่ขอติง คงเป็นเรื่องการตัดต่อที่ดูโดดไปโดดมา ไม่ค่อยมีที่มาที่ไป แอบรู้สึกงงหลายฉาก ว่าแบบ อ้าว! มาได้ไง ฉากบางฉากที่ไม่จำเป็นต้องมี ก็ใส่แบบไม่มีเหตุผล และก็ความสมจริงของเรื่อง ที่ก็ดูโอเว่อร์เกินไปจนคิดว่านี่มันหนัง X-men หรือเปล่านี่ แต่โดยรวมมันก็ไม่ได้ทำให้ดูแย่เกินไป อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้


และแน่นอนในภาคนี้ นักแสดงนำหลักของเรื่องยังเป็นพระเอกหนุ่ม  “อนันดา เอเวอริ่งแฮม” ยังคงรับบทบาทเดิม เป็นแกนหลักของเรื่อง ความหล่อเท่ สมาร์ท บู๊ดุดัน ยังคงรักษามาตรฐานได้ดี แต่สิ่งที่อนันดาทำให้รู้สึกถึงความเป็นภาคใหม่ คือ พัฒนาการของตัวละครขุนพันธ์ ในพาร์ทที่มีวิชาอาคมแก่กล้า ดูเป็นจอมขังเวทย์ที่มีความเรียล สุขุม นุ่มลึก มีความเชือดเฉือน และยิ่งพอเวลาไปเข้าฉากกับอีก 2 นักแสดง อนันดาก็คุมเกมได้


และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ยกเครดิตให้ 2 นักแสดง “ผู้พันเบิร์ด - พ.อ.วันชนะ สวัสดี” ในบทของ “เสือฝ้าย”  และ “เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ” กับบท “เสือใบ” เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเรื่อง “ผู้พันเบิร์ด” กับการพลิกบทบาทมาเป็นมหาโจร ที่มีความดุดัน น่ากลัว มีบารมี อินเนอร์ของเขาทำให้เราเชื่อได้จริงๆ ว่าคนนี้คือโจร และที่เซอร์ไพรส์มาก ก็เห็นจะเป็นการแสดงของหนุ่มเซอร์ ปั๊ก อาเร่ เป้ อารักษ์ ที่เปลี่ยนคาแรกเตอร์มาเป็นโจรที่ห้าว กวน และก็หล่อที่สุด สาวๆ เห็นแล้วคงอยากจะโดนปล้นหัวใจกันเป็นแถบๆ ซีนอารมณ์ ฉากบู๊ของเป้ทำให้เราอดทึ่งกับการแสดงที่เปลี่ยนไป ทำให้นึกถึงตอนที่เขารับบทนำ ในเรื่อง “เฉือน” องค์ในแบบนั้นกลับมาอีกครั้ง แล้วเขาก็พัฒนาไปได้อย่างดีเยี่ยม


สรุปแล้ว ภาพยนตร์เรื่อง “ขุนพันธ์ 2” เป็นภาพยนตร์ไทยที่น่าติดตามอีกเรื่องของปีนี้ คุ้มค่า คุ้มราคา สมกับการรอคอยที่จะดูหนังแอ๊กชั่นสไตล์ไทยแบบนี้มานานแล้ว และเราจะรอติดตามภาค 3 แน่นอน  เตรียมมาพิสูจน์ความมันส์กันได้ ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์


ปล. End Credit ตอนท้ายทำเอาน้ำตาซึม