“Gravity of Love รักแท้แพ้แรงดึงดูด” หนังรักส่งท้ายปีที่จะให้คุณแพ้แรงดึงดูด

28 พ.ย. 61

3596 views

คุณเชื่อในพรหมลิขิตหรือไม่? “Gravity of Love รักแท้แพ้แรงดึงดูด” หนังรักส่งท้ายปี ที่จะมาพิสูจน์ว่าระหว่างรักแท้ กับ พรหมลิขิต อันไหนจะใช่กว่ากัน โดยได้ 3 นักแสดง เต้ย จรินทร์พร บอย ปกรณ์ และหลุยส์ สก็อต มาร่วมสร้างความสนุก


คุณเชื่อในพรหมลิขิตหรือไม่?

“Gravity of Love รักแท้แพ้แรงดึงดูด” หนังรักส่งท้ายปี ที่จะมาพิสูจน์ว่าระหว่างรักแท้ กับ พรหมลิขิต อันไหนจะใช่กว่ากัน โดยได้ 3 นักแสดง เต้ย จรินทร์พร บอย ปกรณ์ และหลุยส์ สก็อต มาร่วมสร้างความสนุก


โดยหนังพูดถึง “ฟ้า” (เต้ย จรินทร์พร) สาวสวยที่อกหักช้ำรักถึง 3 ครั้ง 3 ครา เพราะเชื่อในพรหมลิขิต จนเธอไม่รู้สึกอินกับความเชื่อนี้อีกแล้ว แต่วันหนึ่งโชคชะตาเหมือนเล่นตลก ได้ส่ง“เซน” (บอย ปกรณ์  คนที่จะมาทดสอบพรหมลิขิตกับเธอ ว่ามีอยู่จริงบนโลกใบนี้หรือไม่? และทั้งคู่ก็บังเอิญมาเจอกันที่ เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น นอกจากวัดกันที่เรื่องพรหมลิขิตแล้ว ฟ้า ยังจะต้องหนักใจ เลือกระหว่างความรักของ “เต้” (หลุยส์ สก๊อต) นักบินสุดหล่อเพื่อนสนิทที่แอบชอบและคอยดูแลฟ้ามาตลอด ในทริปนี้ที่เต้คิดว่าจะใช้เวลาพิชิตใจฟ้าให้ได้ ท่ามกลางแรงเชียร์ของเพื่อนๆ ที่อยากให้ฟ้าลงเอยกับเต้เสียที แล้วเธอจะเลือกใคร ต้องติดตาม

ฟังพล็อตเรื่องคร่าวๆ หลายคนอาจจะมองว่าไม่ดึงดูดใจสักเท่าไหร่ เพราะเป็นพล็อตซ้ำๆ ที่ถูกเอามาสร้างไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง แต่เรื่องราวแบบนี้มองอีกมุมก็มีความน่าติดตามบางอย่าง เช่นกันกับ “Gravity of Love รักแท้แพ้แรงดึงดูด” หนังรักย่อยง่าย ดูได้เพลินๆ เบาๆ ไม่เบื่อ แม้พล็อตเราจะเดาทางได้ว่าจบแบบไหน จบอย่างไร แต่ความสนุกอยู่ที่ระหว่างทาง หนังได้ใส่มุกตลกมาให้ได้ขำตลอด ความโรแมนติกคอมเมดี้แบบไทยๆ ใส่กลิ่นอายเกาหลี ญี่ปุ่นเบา มีความดราม่าเล็กน้อย ไม่หนักหน่วง แต่ใครบ่อน้ำตาตื้นก็แอบมีซึมๆ เบา


ชอบที่สุดในเรื่องนี้ก็เห็นจะเป็นโลเคชันที่หน้าหนังได้ขาย ชวนให้เราไปดู ซึ่งเรื่องนี้ยกกองไปถ่ายที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น มุมกล้อง ฉาก แสงสี คือ สวย อบอุ่น ละมุนละไม เหมือนดูไปแล้วได้เก็บลิสต์ที่เที่ยวไปในตัว ดูหนังเรื่องนี้จบ อยากจะกลับบ้านกดจองตั๋วบินไปเที่ยวญี่ปุ่นจริงๆ


เต้ย จรินทร์พร แรงดึงดูดที่ตกคนดูอยู่หมัด ความสดใส น่ารัก เสน่ห์เหลือล้นที่อยู่ในตัวเธอ ได้ถูกนำมาใช้จนหมด เรียกว่าแบกทั้งเรื่องไว้ก็ไม่ผิด เคมีของเต้ยทีทำฉากบางฉากแม้ดูเหมือนว่าไม่มีอะไร กลับดูมีอะไรขึ้นมาได้ และรู้สึกเลยว่าเรื่องนี้เต้ยดูสวยขึ้นเป็นพิเศษ (จากที่สวยอยู่แล้ว)


บอย ปกรณ์ และ หลุยส์ สก็อต บทบาทอาจจะยังดูไม่แตกต่างจากในหน้าจอทีวีเท่าไหร่ แต่ให้ผ่านเพราะเสน่ห์ความหล่อ ความกรุ้มกริ่ม ออร่ามาเต็ม พอทั้งคู่ได้มาเข้าคู่กับนางเอก เต้ย จรินทร์พร ก็มีความเคมี ฟิสิกส์เข้ากันได้ดี แต่ชอบเวลาบอย กับ เต้ย เข้าคู่กัน ก็จะมีความน่ารัก ใครที่คิดถึงหนูสา กับ คุณทิม ในละครเรื่อง The Cupids ตอน กามเทพหรรษา ต้องตามไปดูในเรื่องนี้ บอกเลยว่าฟินแน่ นอกจากนี้หนังยังได้นักแสดงสบทบ และนักแสดงรับเชิญมาช่วยสร้างสีสันให้หนังไม่น่าเบือ


พูดถึงส่วนที่ชอบกันแล้ว ส่วนที่ไม่ชอบก็มีให้ขุ่นข้องใจหลายๆ จุด โดยเฉพาะบทที่ดูเหมือนอยากจะจับอะไรยัดใส่เข้ามาก็ใส่ อยากจะตัดไปดื้อๆ ก็ไป ไม่มีที่มาที่ไป และไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่ ถ้าไม่ได้พลังนักแสดงมาช่วยไว้ ก็อาจจะถึงขั้นตกม้าตายได้ บทยังตีโจทย์ไม่แตก ไม่สามารถทำให้เราอินกับพ้อยท์ของเรื่อง ประเด็นพรหมลิขิตที่ดูไม่ค่อยใช่ ดูมันจะโป๊ะไปหน่อย และการตัดต่อที่ดูจะไม่สมูทลื่นไหลนัก ทำให้ภาพรวมของหนังยังดูเหมือนติดทางลูกรังอยู่


โดยรวมภาพยนตร์เรื่อง “Gravity of Love รักแท้แพ้แรงดึงดูด” เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่เราควรไปสนับสนุน ดูได้ดูดี ดูไปแบบไม่เครียดอะไร แถมได้ชมวิวสวยๆ ของเมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่นก็คุ้มค่าสุดๆ เข้าโรงฉายแล้ว วันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ สำหรับใครที่อยากอัปเดตหนังใหม่ประจำทุกสัปดาห์ สามารถติดตามได้ที่ Mello เรื่องไหนดี เรื่องไหนควรดุ เราจะมาแนะนำ ทุกวันพฤหัสบดีนะ