เรื่องย่อละคร "กลิ่นกาสะลอง"

10 มิ.ย. 62

9920 views

เรื่องราวโศกนาฏกรรมความรักข้ามภพข้ามชาติของ กาสะลอง และ หมอทรัพย์ ที่ตายจากกันไปแบบไม่สมหวัง โดยที่ไม่ได้ทราบความจริง จนต้องกลับชาติมาเกิด เพื่อตามหาอีกคน กว่าจะได้ครองรักกันก็ผ่านไปถึง 3ชาติ การติดตามหาคู่แท้ของชายหนุ่มหญิงสาว ที่มีเพียงกรุ่นกลิ่นกาสะลอง


ละครเรื่อง กลิ่นกาสะลอง

บทประพันธ์ : เนียรปาตี

บทโทรทัศน์ : ปารดา กันตพัฒนกุล

กำกับการแสดง : สันต์ แก้วศรีหล่อ

ผลิตโดย : บริษัท ฟีลกู๊ด เอนเตอร์เทนเมนต์ จำกัด

ควบคุมการผลิตโดย : ธิติมา สังขพิทักษ์


พุทธศักราช ๒๕๕๐ (ปัจจุบัน)

‘นายแพทย์ทินกฤต’ (เจมส์ มาร์) และ ‘แพทย์หญิงพิมพ์พิศา’ (ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันต์) เป็นคู่รักกันมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ด้วยกัน จนกระทั่งเรียนจบ พิมพ์พิศาก็มาทำงานเป็นแพทย์ประจำอยู่โรงพยาบาลที่บิดาของทินกฤตเป็นเจ้าของ ทั้งสองคนรักกันดี แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงานกัน ทุกครั้งที่พิมพ์พิศาเอ่ยถึงเรื่องนี้ ทินกฤตก็จะปฏิเสธเรื่อยไปโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร จนกระทั่งเมื่อทั้งคู่ขึ้นมาดูที่ดินที่เชียงใหม่ ทินกฤตก็รู้สึกว่าตนเองมีความผูกพันกับที่ดินผืนนั้น เขาฝันถึงอดีตบ่อยๆ และทุกครั้งจะมีกลิ่นดอกกาสะลอง (ดอกปีบ) อบอวลไปทั่ว เช่นเดียวกับพิมพ์พิศาที่ได้รับปิ่นจากชายลึกลับผู้มาเจรจาเรื่องที่ดิน ก็รู้สึกว่าปิ่นเงินอันนั้นรบกวนจิตใจเธออย่างบอกไม่ถูก บางครั้งก็ฝันประหลาดจนเสมือนว่าตัวเองอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ


ทินกฤตตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนั้นอย่างไม่ลังเลเพื่อปลูกบ้านส่วนตัว มิใช่ปลูกเป็นเรือนหออย่างที่พิมพ์พิศาเข้าใจ เมื่อทินกฤตใส่ใจกับการดูแลบ้านหลังใหม่มากกว่าเรื่องอื่นใด พิมพ์พิศาก็เริ่มจะรู้สึกว่าคู่รักเปลี่ยนไปมากขึ้น แม้ว่าทินกฤตจะไปมาหาสู่ที่บ้านของเธอบ่อยๆ แต่เขาไม่ได้ไปเพื่อพบเธอ แต่กลับตั้งใจไปพบนาง 'บัวเกี๋ยง' (พิศมัย วิไลศักดิ์) ย่าของพิมพ์พิศา ผู้ซึ่งพิมพ์พิศาปักใจเชื่อว่าย่าไม่รักหล่อน จนอาจถึงขั้นเกลียด สำหรับนางบัวเกี๋ยงนั้น แม้จะมีอาวุโสมาก แต่เมื่อทินกฤตไปพบ นางก็จะทำตัวยำเกรงชายหนุ่มประดุจตนเองเป็นผู้น้อยอยู่ตลอดเวลา


‘นายแพทย์ภาคภูมิ’ (ป๊อบ - ฐากูร การทิพย์) คือเพื่อนสนิทของทินกฤต กำลังจีบ ‘วิจิตรา’ (ฝ้าย - นันทนัช โล่ห์สุวรรณ) โปรดิวเซอร์สาวซึ่งมารู้ภายหลังว่าเป็นเพื่อนกับพิมพ์พิศาสมัยเรียนมัธยม ภาคภูมิช่วยประสานงานให้กองถ่ายของวิจิตรามาใช้สถานที่ถ่ายทำในโรงพยาบาลของทินกฤต ทำให้คนทั้งหมดมาเจอกันและมีแผนเดินทางไปเชียงใหม่ด้วยกัน โดยไม่มีใครรู้ว่าทั้งหมดมีความเกี่ยวพันกันมาจากอดีตชาติ และการไปเชียงใหม่ครั้งนี้จะทำให้ชีวิตของทุกคนเปลี่ยนไป...


ทินกฤตยอมให้วิจิตรามาชมบ้านใหม่ของเขา ทั้งที่เขาหวงนักหนา ทำให้พิมพ์พิศาคิดว่าทินกฤตมีใจให้กับวิจิตรา ยิ่งทินกฤตแอบกลับไปพักที่บ้านใหม่ของเขาทั้งที่จองที่พักในเมืองไว้แล้ว ยิ่งทำให้พิมพ์พิศาคิดฟุ้งซ่าน ขับรถตามไปอย่างฉุนเฉียวจนเกิดอุบัติเหตุขึ้น พิมพ์พิศารถคว่ำ คนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทินกฤต ภาคภูมิ และวิจิตรา กลับได้รับคำตอบว่า พิมพ์พิศากลับกรุงเทพไปแล้วโดยไม่บอกใคร ซ้ำรถที่พิมพ์พิศาเช่ามาขับก็มิได้เกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด ไม่มีใครรู้ว่า ทั้งหมดนี้เกิดจากการบันดาลของ "วิญญาณกาสะลอง"


หลังจากอุบัติเหตุรถคว่ำ วิญญาณของกาสะลองเข้ามาสิงในร่างของพิมพ์พิศาหรือ ‘ซ้องปีบ’ ในอดีตชาติ บางครั้งพิมพ์พิศาจึงได้รู้ได้เห็นเหตุการณ์ในอดีตอย่างคนนอก แต่บางครั้งก็รู้สึกเสมือนทำด้วยตนเอง ทินกฤตมีโอกาสได้พบพิมพ์พิศาเพียงครั้งเดียวที่กรุงเทพ แต่เขากลับรู้สึกว่าเธอมิใช่พิมพ์พิศาคนเดิมที่เขารู้จัก หากเป็นใครอีกคนที่เขาคุ้นเคยในความฝัน ในที่สุดทินกฤตจึงชวนพิมพ์พิศากลับไปเชียงใหม่อีกครั้ง ทั้งๆ ที่นัดหมายกันเป็นอย่างดี แต่วันเดินทาง มารดาของพิมพ์พิศาบอกว่าหล่อนล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เมื่อทินกฤตไปถึงบ้านที่เชียงใหม่ก็พบว่า พิมพ์พิศาคอยอยู่ที่นั่นแล้วจริงๆ ทว่าหล่อนอยู่ในเครื่องแต่งกายที่แปลกออกไป คล้ายกับการแต่งกายของชาวล้านนาในอดีต 


ภาคภูมิและวิจิตราร่วมทางมาเชียงใหม่ด้วย แต่จู่ๆ ก็พลัดหลงกับทินกฤตและพิมพ์พิศาที่งานสงกรานต์ ตามหาเท่าไรก็ไม่พบ สุดท้ายจึงตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ ก็พบพิมพ์พิศาเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ที่บ้าน ส่วนทินกฤตก็หายตัวไปจริงๆ...ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นฝีมือของ ‘กาสะลอง’


มณฑลพายัพในอดีต (พ.ศ.๒๔๖๗ ปลายรัชกาลที่ ๖ ต่อรัชกาลที่ ๗)

‘ทรัพย์’ (เจมส์ มาร์) นายหมอหนุ่มเชื้อสายจีนนั่งเรือหางแมงป่องที่ขนสินค้าจากกรุงเทพมาขายที่เชียงใหม่เพื่อทำงานในโรงพยาบาลของคณะมิชชันนารี ในเช้ามืดวันที่เรือจะเข้าเทียบท่านั้นเอง เรือติดแก่ง ลูกถ่อทั้งหลายจึงต้องช่วยกันประคองเรือไม่ให้คว่ำ ในความสลัวนั้นนายหมอหนุ่มก็เห็นว่า มีหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังเก็บดอกไม้ที่ท่าน้ำ และมองตลอดเวลาที่เรือโคลงเคลง เขาประทับภาพนั้นไว้ในความทรงจำตั้งแต่แรกเห็นเรือเทียบท่าเมื่อฟ้าสางขณะที่นายหมอทรัพย์เดินผ่านตลาดเพื่อไปยังที่พัก เขาได้เห็นหญิงสาวผู้เก็บดอกไม้ที่ท่าน้ำ แต่ ‘นางเหมย’ (ฝ้าย - นันทนัช โล่ห์สุวรรณ) ผู้ติดตามหญิงสาวผู้นั้นเห็นเข้าเสียก่อน จึงกันนายสาวออกไปเสีย เมื่อถึงที่พักนายหมอทรัพย์ก็ได้พบ ‘บัวเกี๋ยง’ (อันดา - กุลฑีรา ยอดช่าง) เด็กหญิงตัวน้อยมาคอยเขาอยู่ในห้องพัก


กาสะลองขาวนวลผ่องเหน็บเกศา

เข้าปลดมาให้พี่เชยรำลึกได้

หอมบุปผาฤาจะเทียบหอมกลิ่นกาย

อกเรียมร่ำจะวางวายด้วยกลิ่นนวล


ความคำนึงถึงสาวที่ท่าน้ำ ทำให้นายหมอทรัพย์สอบถามจากผู้คนในตลาด ได้ความว่า นางชื่อ ‘ซ้องปีบ’ เป็นลูกสาวของ 'นายแคว้นมั่ง' (มนตรี เจนอักษร) ผู้เกลียดชังฝรั่งและคนจีนหนักหนา แต่ถึงกระนั้น นายหมอทรัพย์ก็ยังมาที่ท่าน้ำและได้พบหญิงสาวคนเดิม ได้พูดจากันบ้าง นางมิได้บอกว่าชื่ออะไร เพียงแต่พยักหน้าไปทางดอกปีบที่ร่วงอยู่ ซึ่งดอกปีบนั้น เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า กาสะลอง

นั่นคือจุดเริ่มต้นของความเข้าใจผิด นายหมอทรัพย์ไม่รู้ว่า ‘กาสะลอง’ และ ‘ซ้องปีบ’ เป็นพี่น้องฝาแฝดกันซึ่งนิสัยใจคอต่างกันสุดขั้ว ผู้ที่นายหมอหลงรักคือ กาสะลอง แต่ผู้ที่นายหมอพบบ่อยและเข้าใจผิดคือ ซ้องปีบ หมอทรัพย์จึงบอกบัวเกี๋ยวอยู่เสมอว่าเขาหลงรักซ้องปีบ

ด้วยเหตุนี้ นายหมอทรัพย์จึงถูกเขม่นจาก ‘มั่นฟ้า’ (ป๊อบ - ฐากูร การทิพย์) ชายหนุ่มผู้เสน่หาในตัวซ้องปีบ มั่นฟ้าตามเอาใจซ้องปีบมาตั้งแต่รุ่นสาว โดยที่ซ้องปีบเองก็มิได้มีทีท่าจะคล้อยตามด้วยสักเท่าไร เพียงแต่ชอบที่มั่นฟ้ามาเอาใจเท่านั้น เช่นเดียวกับที่มั่นฟ้าก็ไม่เคยเอะใจว่านางเหมย ผู้ติดตามซ้องปีบรักเขาหมดหัวใจ


ก่อนวันสงกรานต์ ชาวบ้านต่างไปเตรียมงานที่วัด ทว่าซ้องปีบกลับไปนั่งใต้ต้นยาง อยากได้กล้วยไม้มาประดับมวยผม นายหมอทรัพย์ผ่านมาเจอพอดี การแข่งขันระหว่างนายหมอหนุ่มเชื้อสายจีน และมั่นฟ้าจึงเกิดขึ้น บัวเกี๋ยง...เจ้าเด็กตัวน้อย รีบไปตามกาสะลองมาดูเหตุการณ์ กาสะลองยอมมาตาม แต่ก็อยู่ไม่จบตลอดการแข่งขัน เพราะรู้สึกทนไม่ได้ ที่นายหมอหนุ่มที่ตนแอบเก็บความรู้สึกนิยมอยู่ในใจทุ่มเทให้ซ้องปีบถึงเพียงนี้ ผู้ชนะตามกติกาคือมั่นฟ้า หากผู้ชนะตามใจของซ้องปีบคือนายหมอทรัพย์ มั่นฟ้าจึงรู้สึกเหมือนถูกหักหน้าอย่างแรง วางแผนลอบทำร้ายนายหมอหนุ่มเย็นวันนั้น

นายหมอทรัพย์ไปที่วัดตามคำชวนของบัวเกี๋ยง จึงได้เห็นว่าสาวน้อยหน้าแฉล้มผู้นั้นนั่งทำงานอยู่ในศาลา ประดับมวยผมด้วยดอกปีบสีขาวนวลเป็นช่อ เช่นที่เขาเห็นอยู่บ่อยๆ มิใช่ดอกกล้วยไม้ที่เขาเก็บให้ก็น้อยใจ ประจวบกับผู้เฒ่าผู้แก่ที่อยู่ในศาลาวัดต่างซักถามกาสะลอง ถึงเรื่องที่นายแคว้น บิดาของนางยกลูกสาวให้แต่งงานกับลูกพ่อเลี้ยง ทำให้นายหมอทรัพย์เข้าใจผิดคิดไปอีกว่าหล่อนถูกหมั้นหมายไปกับชายอื่นแล้ว เขาจึงแทบจะหมดหวังในความรัก


ระหว่างทางกลับบ้าน นายหมอทรัพย์พบมั่นฟ้าที่ดักรออยู่ระหว่างทาง ชายหนุ่มทั้งสองทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ นายหมอหนุ่มพลาดท่า จึงถูกมั่นฟ้าเหวี่ยงมีดผ่านช่องท้องจนล้มลงไปกองกับพื้น เมื่อมั่นฟ้าเห็นว่ากาสะลองและบัวเกี๋ยงยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมด จึงรีบหนีไป สตรีต่างวัยสองคนจึงต้องช่วยกันพยาบาลคนเจ็บทั้งที่มืดค่ำ

การบาดเจ็บคราวนั้น ทำให้นายหมอทรัพย์รู้ความจริง ว่าสตรีที่เขาหลงรักเป็นฝาแฝด และคนที่เขารักตั้งแต่แรกเห็นคือกาสะลอง มิใช่ ซ้องปีบ ในวันที่ซ้องปีบเข้ามาพูดคุยกับเขาอีก เขาจึงพยายามบ่ายเบี่ยง เพื่อมิให้เกิดการเข้าใจกันผิดอีก หากการกระทำนี้ กลับทำให้ซ้องปีบเกลียดกาสะลองยิ่งขึ้น ที่นายหมอหนุ่มเอาอกเอาใจกาสะลองด้วยความอบอุ่น ด้วยความรักที่บริสุทธิ์อย่างที่นางไม่เคยได้จากชายใดมาก่อน นางจึงหมายมั่นจะได้ครอบครองนายหมอทรัพย์

ซ้องปีบมีบิดาเป็นผู้ถือหาง ในขณะที่กาสะลองมีแม่เป็นผู้คุ้มภัย แต่ผู้เป็นใหญ่ในบ้าน คือนายแคว้นมั่งผู้บิดา ดังนั้นไม่ว่าซ้องปีบจะต้องการอะไร หรือกล่าวเท็จอย่างไร บิดาจะเชื่อแล้วหาความเอากับกาสะลองแต่ผู้เดียว


เมื่อซ้องปีบไม่ยอมแต่งงานกับลูกพ่อเลี้ยง กรรมนั้นจึงมาตกอยู่กับกาสะลอง กาสะลองรู้ตัวแล้วว่าตนเองรักนายหมอทรัพย์หมดหัวใจ เช่นเดียวกับที่นายหมอหนุ่มก็สารภาพกับกาสะลองและมารดาของนาง เมื่อเหตุการณ์จวนจะบานปลาย นายหมอหนุ่มจึงตัดสินใจชวนกาสะลองและบัวเกี๋ยงหนีไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพ การหนีครั้งที่หนึ่ง ไร้ผล เพราะเหตุสุดวิสัย การหนีครั้งที่สอง กาสะลองปลอมตัวเป็นแหม่มไปขึ้นรถไฟ นายแคว้นมั่งผู้บิดาตามไปพบที่สถานีรถไฟโดยบังเอิญ กาสะลองจึงถูกฉุดกระชากลากถูลงจากรถ โดยมีนายหมอหนุ่มตามลงมา มีเพียงบัวเกี๋ยงเท่านั้นที่ยังอยู่บนรถไฟกับคณะมิชชันนารีและเดินทางไปผจญชีวิตตามลำพัง

กาสะลองถูกขังไว้ในบ้าน มีผู้เฝ้าอย่างแน่นหนา แต่ด้วยความช่วยเหลือของมั่นฟ้า นายหมอทรัพย์จึงหาอุบายพากาสะลองหนีไปด้วยกันได้สำเร็จ ในขณะที่มั่นฟ้าถูกจับได้และโดนซ้อมอย่างหนักเมื่อนางเหมยมาช่วยเหลือ ทั้งคู่จึงหนีไปด้วยกัน ในฐานะผู้ทำผิดที่ทางการค้นหาตัว


นายแคว้นมั่งสืบทราบว่ากาสะลองและนายหมอทรัพย์หนีไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่เมืองแจ๋ม (แม่แจ่ม) จึงตามไปหาที่นั่น ทำทีว่าเห็นอกเห็นใจและให้อภัยกับการกระทำของคนทั้งคู่ และสั่งให้ซ้องปีบไปขอขมากาสะลองเสียตามลำพัง แต่ความจริงแล้วคือแผนการสลับตัวซ้องปีบและกาสะลอง!กาสะลองถูกกุมตัวมาอยู่ที่บ้านเดิม ทันได้เห็นวาระสุดท้ายของผู้เป็นมารดาที่ป้าช้า มั่นฟ้าและนางเหมยแอบมาพบกาสะลองแล้วเล่าความจริงหลายเรื่อง และบอกว่าตนเองจะเป็นผู้นำความจริงเรื่องนี้ไปบอกกับนายหมอทรัพย์ ความนี้รู้ถึงหูนายแคว้นมั่ง กาสะลองจึงถูกจับขังในยุ้งข้าว ให้ลูกน้องเป็นคนเฝ้า ก่อนที่ตัวเองจะไปให้ถึงแม่แจ่มก่อนมั่นฟ้าและนางเหมย

ในยุ้งข้าวที่คุมขัง กาสะลองต้องเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อลูกน้องของบิดาเข้ามาหมายจะข่มขืน นางจึงป้องกันตัวเองสุดชีวิตรวมรวมพลังกายเฮือกสุดท้ายใช้ผ้ารัดคอชายหนุ่มผู้นั้นตาย เวลาหลายวันที่ถูกกุมขัง กาสะลองได้แต่เก็บกินเมล็ดข้าวเคียงศพลูกน้องบิดาอยู่อย่างนั้นจนในวันหนึ่งนางก็หมดลมหายใจ


ที่แม่แจ่ม นายหมอทรัพย์รู้สึกแปลกใจว่ากาสะลองแปลกไป จนเมื่อมั่นฟ้ามาบอกเล่าความจริงจึงมั่นใจในความคิดของตน ซ้องปีบไม่ยอมให้นายหมอกลับไป หากมั่นฟ้าและนางเหมยรั้งตัวไว้ ซ้องปีบจึงทำร้ายนางเหมยจนตายด้วยปิ่นเงินที่มั่นฟ้าเคยให้นางไว้เมื่อครั้งยังเสน่หา ขณะที่ชุลมุนกันอยู่นั้น ตะเกียงถูกเหวี่ยงกระทบหินจนแตก เปลวไฟไหม้คนทั้งสามตายอยู่กลางทุ่งฝ้ายนั้น นายหมอทรัพย์ตามมาหากาสะลองทันเพียงแค่เห็นเปลวไฟที่กำลังมอด เขาจึงเก็บเอาเถ้ากระดูกของนางรวมกับเมล็ดปีบต้นที่ท่าน้ำเรือนของนาง กลับไปปลูกที่ริมธารน้ำ ใกล้เรือนที่ถูกเผาของเขาที่แม่แจ่ม


เมื่อทุกคนรู้ว่าต้นสายแห่งปริศนาหลายเรื่องในปัจจุบันเกิดขึ้นเพราะอะไร พิมพ์พิศาก็ไม่คาดคั้นให้ทินกฤตแต่งงานด้วยอีก ส่วนภาคภูมิและวิจิตราก็ตกลงปลงใจร่วมหอลงโรงสร้างครอบครัวด้วยกัน นายแพทย์ทินกฤตลาโลกไปอย่างสงบในคืนวันแต่งงานของเพื่อนนั่นเอง หากชายหนุ่มหลับฝันอย่างมีความสุข เพราะในฝันนั้นเขาเห็นนางแน่งน้อยผิวขาวนวลผ่องในผ้าพันอกสีดอกฝ้าย เกล้าผมเป็นมวยดำขลับประดับด้วยดอกกาสะลองช่อใหญ่ขาวพราวกระจ่าง...


ติดตามชมละครเรื่อง “กลิ่นกาสะลอง”  ติดตามชมได้ทุกวันจันทร์ - อังคาร เวลา 20.20 น. เริ่ม 10 มิถุนายนนี้ ทางช่อง 3 และชมย้อนหลังได้ทางเว็บไซต์ Mello.me หรือแอปพลิเคชัน Mello Thailand คลิก >> https://mello.me/drama/816


คาแรกเตอร์ตัวละครใน กลิ่นกาสะลอง


เจมส์ มาร์ รับบทโดย หมอทรัพย์, ทินกฤต, ปรัศวินทร์ 

หมอทรัพย์ - หนุ่มจีนผู้มาจากฝั่งธนฯ พระนคร มาประจำอยู่โรงพยาบาลแมคคอร์มิกที่มณฑลพายัพ (จังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน) ครอบครัวของหมอทรัพย์เป็นแพทย์แผนจีน แต่หมอทรัพย์เป็นแพทย์แผนปัจจุบัน หมอทรัพย์รูปร่างสูง ขาว เห็นได้ชัดว่ามีเชื้อสายจีน สวมแว่นตากลมใส บุคลิกเคร่งขรึม สุภาพ ให้เกียรติผู้หญิง มีความรับผิดชอบ หลงรักกาสะลองโดยที่ไม่รู้ว่ากาสะลองมีน้องสาวฝาแฝดคือ ซ้องปีบ จึงเข้าใจว่าผู้หญิงที่ตนหลงรักคือซ้องปีบ

ทินกฤต - นายแพทย์หนุ่ม (หมอทรัพย์กลับชาติมาเกิด) บุตรชายคนเดียวของเจ้าของโรงพยาบาลชื่อดัง ในกรุงเทพฯ มีคนรักคือ พิมพ์พิศา และมีเพื่อนสนิทคือ ภาคภูมิ ทั้งสามคนเรียนแพทย์รุ่นเดียวกันและทำงานที่เดียวกันคือโรงพยาบาลของทินกฤต นพ.ทินกฤตค่อนข้างเคร่งขรึม แต่จะเป็นกันเองกับภาคภูมิมาก และแม้จะเป็นคู่รักของพิมพ์พิศา แต่นพ.ทินกฤตก็รักษาระยะห่างไว้ตลอดเวลา ไม่ยอมตกลงปลงใจแต่งงาน เพราะยังมีบางสิ่งรบกวนจิตใจของเขาอยู่ จนได้รับรู้เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต จึงปฏิเสธการแต่งงานกับพิมพ์พิศา และเสียชีวิตตั้งแต่ยังหนุ่ม


ญาญ่า - อุรัสยา เสปอร์บันต์ รับบทเป็น ซ้องปีบ, กาสะลอง, พิมพ์พิศา

กาสะลอง - สาวเชียงใหม่วัยแรกรุ่น เป็นสาวสวย เรียบร้อย เก่งการบ้านการเรือน มีน้องสาวฝาแฝดคือ ซ้องปีบ กาสะลองเป็นที่รักของแม่ ในขณะที่ซ้องปีบเป็นลูกรักของพ่อ และเนื่องจากอยู่ในบ้านที่พ่อเป็นใหญ่ ตัวกาสะลองและมารดาจึงมีสภาพไม่ต่างจากแม่บ้านหรือคนใช้ประจำบ้าน แต่ถึงกระนั้นกาสะลองก็เป็นที่รักของชาวบ้านทุกคนเอกลักษณ์หนึ่งของกาสะลองคือมักจะเกล้าผมมวยแล้วประดับด้วยดอกไม้สดเป็นช่อ โดยเฉพาะดอกปีบ

ซ้องปีบ - น้องสาวฝาแฝดของกาสะลอง มีนิสัยตรงข้ามกับกาสะลองทุกอย่าง เพราะเป็นลูกรักของพ่อ จึงเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง รักสวยรักงาม ชอบแต่งตัว และหว่านเสน่ห์หนุ่มๆ ให้หลงรัก แต่ไม่คิดจริงจังกับใคร แต่ในบรรดาชายหนุ่มทั้งหมดมีคนที่รักซ้องปีบจริงๆ อยู่หนึ่งคน คือ มั่นฟ้า ซ้องปีบมีพี่เลี้ยงเพื่อนเล่นวัยไล่เลี่ยกันคอยรับใช้คือ นางเหมย

พิมพ์พิศา (พริมพี่/ปีบ) - ซ้องปีบกลับชาติมาเกิด เป็นแพทย์หญิงคู่รักนายแพทย์ทินกฤต พิมพ์พิศาพยายามชวนให้ทินกฤตหมั้นหรือแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่ทินกฤตก็บ่ายเบี่ยงทุกครั้ง ทั้งที่ไม่สามารถให้เหตุผลได้ พิมพ์พิศาจึงคิดมากถึงขั้นเข้าใจผิดว่า ทินกฤตกับวิจิตราแอบคบกัน พิมพ์พิศามักเรียกแทนตัวเองว่า ‘พริมพี่’ ในขณะที่คุณย่าของพิมพ์พิศาจะเรียกว่า ‘ปีบ’ ซึ่งเป็นชื่อที่พิมพ์พิศาไม่ชอบ


ฝ้าย - นันทนัช โล่ห์สุวรรณ รับบทเป็น นางเหมย, วิจิตรา

นางเหมย - พี่เลี้ยงรุ่นราวคราวเดียวกันกับซ้องปีบ เป็นลูกกำพร้า ครอบครัวของซ้องปีบพบเด็กทารกถูกทิ้งอยู่ในกองเศษผัก จึงนำมาเลี้ยงดูด้วยความสงสารและให้เป็นเพื่อนเล่นกับกาสะลอง-ซ้องปีบ แต่นางเหมยชอบติดตามซ้องปีบมากกว่า นางเหมยหลงรักมั่นฟ้า ทั้งที่รู้ว่ามั่นฟ้าชอบซ้องปีบ จนวาระสุดท้ายของชีวิต นางเหมยจึงอธิษฐานให้ได้พบกันอีกในชาติหน้าและให้มั่นฟ้าเป็นฝ่ายขอความรักจากตนบ้าง

วิจิตรา (หมอก) - นางเหมยกลับชาติมาเกิด วิจิตราเป็นหญิงสาวสมัยใหม่ มีความมั่นใจ คล่องแคล่ว เป็นโปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ เป็นเพื่อนพิมพ์พิศาสมัยเรียนมัธยม และเป็นคู่รักของภาคภูมิ 


⭐ ป๊อบ - ฐากูร การทิพย์ รับบทเป็น มั่นฟ้า, ภาคภูมิ

มั่นฟ้า - หนุ่มชาวบ้าน ครอบครัวเป็นช่างทำเครื่องเงินอยู่ที่ชุมชนวัวลาย มั่นฟ้าหลงรักซ้องปีบจึงคอยเกี้ยวอยู่ทุกวันและกันท่าไม่ให้หนุ่มคนอื่นๆ เข้าใกล้ซ้องปีบ มั่นฟ้าจึงมักถูกซ้องปีบหลอกใช้อยู่เสมอ แต่คนที่รักมั่นฟ้าจริงๆ คือนางเหมย ในคราวแรกที่มั่นฟ้ารู้จักหมอทรัพย์ก็ไม่ถูกชะตา เพราะคิดว่าหมอทรัพย์หลงรักซ้องปีบเหมือนกัน แต่เมื่อรู้ความจริงว่าหมอทรัพย์รักกับกาสะลอง มั่นฟ้าก็ให้ความช่วยเหลือหมอทรัพย์หลายครั้ง 

ภาคภูมิ - นายแพทย์หนุ่มเพื่อนสนิทของนพ.ทินกฤต เป็นคนร่าเริง ขี้เล่น หลงรักวิจิตราจึงพยายามจีบจนสำเร็จ 


อันดา - กุลฑีรา ยอดช่าง รับบทเป็น บัวเกี๋ยง (วัยเด็ก)

วัยเด็ก- เด็กสาวกำพร้าผู้เป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนายหมอทรัพย์กับกาสะลอง 


พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบทเป็น บัวเกี๋ยง (วัยชรา)

มารดาของนายแพทย์สุนทร (บิดาของพิมพ์พิศา) เป็นผู้ที่รู้ว่าพิมพ์พิศาคือ ซ้องปีบกลับชาติมาเกิด เมื่อคุณย่าบัวเกี๋ยงได้พบทินกฤตก็รู้ว่าคือนายหมอทรัพย์กลับชาติมาเกิด จึงทั้งรัก เอ็นดูและยำเกรง จนพิมพ์พิศาซึ่งเป็นหลานย่าแท้ๆ รู้สึกว่าคุณย่าไม่รักตน คุณย่าบัวเกี๋ยงเป็นผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าเรื่องราวในอดีตให้ทินกฤตรับรู้


มนตรี เจนอักษา รับบทเป็น นายแคว้นมั่ง, สุนทร

นายแคว้นมั่ง - กำนันมั่ง (นายแคว้นเป็นตำแหน่งเทียบเท่ากำนัน) เป็นพ่อของกาสะลอง-ซ้องปีบ ลูกสาวฝาแฝด นายมั่นรักซ้องปีบมาก ตามใจลูกสาวทุกอย่าง ตรงกันข้ามกับสาละลองที่นายมั่นไม่รักเท่าที่ควร นายมั่นเป็นคนพื้นถิ่นที่รักเผ่าพันธุ์ของตัวเอง จึงเกลียดคนต่างชาติ ต่างภาษาทุกคน แต่เมื่อรู้ว่าซ้องปีบรักนายหมอทรัพย์ซึ่งมีเชื้อสายจีน ก็จำยอมเพราะรักลูกสาว จึงทำทุกวิถีทางให้ซ้องปีบสมหวังในความรัก และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กาสะลองตาย

นายแพทย์สุนทร - บุตรชายของนางบัวเกี๋ยง สมรสกับคุณพุดแก้ว มีบุตรสาวหนึ่งคนคือ พิมพ์พิศา


⭐ เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบทเป็น นางทองใบ, คุณพุดแก้ว

นางทองใบ - มารดาของกาสะลอง-ซ้องปีบ

คุณพุดแก้ว - ภรรยานายแพทย์สุนทร มารดาของพิมพ์พิศา ในชีวิตบั้นปลาย คุณพุดแก้วบวชชีโดยมีราเมศ (ลูกเขย) คอยดูแลจนราเมศตายเพราะไฟไหม้


⭐ สุปราณี เจริญผล รับบทเป็น ปานจิต

มารดาของนายแพทย์ทินกฤต เมื่อลูกชายเสียชีวิต คุณปานจิตจึงยกที่ดินของลูกชายให้กับพิมพ์พิศาในฐานะที่เคยเกือบจะเป็นทองแผ่นเดียวกันมาก่อน ส่วนตัวเองก็มีอาการหลงๆ จนกระมั่งเมื่อพบปรัศวินทร์ก็เชื่อว่านั่นคือ ทินกฤต เช่นเดียวกับคิดว่าพิมพ์มาดาคือพิมพ์พิศา ว่าที่ลูกสะใภ้ของตน