อย่าเพิ่งร้อง! เทคนิคช่วยชีวิต เมื่อโทรศัพท์เปียกน้ำ

12 เม.ย. 61

2116 views

ชุ่มฉ่ำรับสงกรานต์! แต่คงไม่มีใครอยากให้ชุ่มฉ่ำไปยันโทรศัพท์มือถือหรอกใช่ไหม? แต่ถ้าหากต้องเจอปัญหานั้นจริงๆ ก็อย่าเพิ่งใจเสียไปก่อน เพราะวันนี้ Mello ได้รวบรวมเอาวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้นมาฝากกัน


ทำตามวิธีนี้รับรองโทรศัพท์มือถือของคุณจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง รู้แล้วอย่าลืมแชร์บอกเพื่อนๆ ให้ได้รู้กันด้วยล่ะ ว่าแล้วก็ตามมาดูกันเลย!




1. อย่ากดปุ่ม หรือ เปิด-ปิดเครื่องเด็ดขาด! เพราะโทรศัพท์มีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ข้างในตัวเครื่อง การกดปุ่มจะเป็นการสั่งการให้วงจรภายในตัวเครื่องปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมา ยิ่งทำให้เครื่องมีโอกาสเกิดไฟฟ้าช็อตได้ ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้เครื่องเสียหายหนักเข้าไปอีก



2. รีบถอดส่วนประกอบต่างๆ ของโทรศัพท์ออก และหาผ้ามาซับให้แห้ง หากมือถือเปียกน้ำควรรีบถอด ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องที่สามารถถอดได้เองตามปกติ ไม่ว่าจะเป็น ซิมการ์ด, แบตเตอรี่, หน้ากาก, ฝาหลัง ฯลฯ ให้เร็วที่สุด และใช้ผ้าแบบไม่มีขน หรือกระดาษทิชชู ซับน้ำที่เกาะอยู่ตามจุดต่างๆ หรืออาจจะใช้การสลัดน้ำด้วยแรงพอประมาณ ทำให้สมาร์ทโฟนแห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วใช้ลมเย็นในการช่วยเป่าด้วยก็ได้


3.นำชิ้นส่วนใส่ในกล่อง พร้อมซิลิก้าเจล หรือซองดูดความชื้น หลังจากเช็ดทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว ให้นำให้นำโทรศัพท์ และอุปกรณ์ต่างๆ ใส่กล่องพร้อมกับซิลิก้าเจล หรือซองดูดความชื้นที่มักจะแถมมาในถุงขนม เพื่อช่วยดูดความชื้นที่อาจจะยังหลงเหลืออยู่ โดยอาจทิ้งไว้เป็นระยะเวลาประมาณ 1-2 วัน



4.ไม่แนะนำให้แช่ในถังข้าวสารหรือใช้ไดร์เป่าผมเป่า วิธียอดฮิตที่หลายๆ คนใช้แก้ปัญหาเมื่อยามโทรศัพท์เปียกน้ำ รู้ไหมว่า มันเสี่ยงต่อการทำเครื่องพังเป็นอย่างมา เพราะในถังข้าวสาร อาจจะมีพวกเศษข้าวสารหรือฝุ่นหลุดเข้าไปในตัวเครื่อง ก่อให้เกิดคราบ ทำให้วงจรในตัวเครื่องเสียหายได้ จะส่งผลที่เลวร้ายกว่าเดิม! และการไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมเป่าให้แห้ง เนื่องจากลมจากไดร์เป่าผมมีความร้อนสูง อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ หรือวงจรอิเล็กทรอนิกส์ภายในได้โดยง่าย


5. ถึงเวลาเช็กสภาพหลังไล่ความชื้น หลังจากนำเครื่องไปดูดความชื้นในกล่องมาแล้วหลายวัน ให้ลองเปิดเครื่อง หากสามารถเปิดได้ก็ให้ตรวจสอบอาการผิดปกติอื่นๆ ในการใช้งานพื้นฐานทันที เช่น หน้าจอติดหรือไม่, โทรออกโทรเข้าได้หรือไม่, ลำโพงดังหรือไม่, ปุ่มกดใช้งานได้ทุกปุ่มหรือไม่, กล้องถ่ายได้หรือไม่, ตรวจเจอการ์ดหน่วยความจำหรือไม่, ยังใช้งานเมนูหรือฟังก์ชันต่างๆ ได้ปกติหรือไม่ ฯลฯ แต่หากเปิดไม่ได้ควรจะต้องนำเครื่องไปไปให้ศูนย์ หรือช่างผู้ชำนาญ ช่วยจัดการให้อีกครั้งหนึ่ง