ไลท์โนเวล เรื่อง Blue Cosmos By AINOS | Notification เตือนนัก..รักซะเลย

23 พ.ค. 61

215 views

Blue Cosmos เรื่องราวของตัวเอกที่ย้อนเวลาได้ ผลงานของ AINOS sensei หรือ ซอนย่า หัวหน้าแก๊งโอตาคุจาก Notification เตือนนัก..รักซะเลย นั่นเอง

เมื่อพูดถึงโลกของเหล่าโอตะคุที่บ้าการ์ตูนแล้ว ในซีรีส์  "Notification เตือนนัก...รักซะเลย"  ได้มีการรวบรวมของเกี่ยวกับโอตาคุเอาไว้มากมาย

แต่เพื่อให้ความเป็นโอตะคุสมจริงที่สุด เราก็ได้สร้างชิ้นงานขึ้นมาใหม่เพื่อซีรีส์โดยเฉพาะ นั่นคือ ไลท์โนเวล เรื่อง Blue Cosmos เรื่องราวของตัวเอกที่ย้อนเวลาได้ ผลงานของ AINOS sensei  หรือ ซอนย่า หัวหน้าแก๊งโอตาคุจาก  Notification เตือนนัก..รักซะเลย นั่นเอง นอกจากนี้ทีมเพื่อนๆ ทั้งมิน และต๋องยังได้มีส่วนร่วมในการสร้าง Blue Cosmos จนโด่งดังอีกด้วย

วันนี้เราได้เอา  Blue Cosmos ส่วนที่วาดเพื่อซีรีส์โดยเฉพาะมาฝากเพื่อนๆกันด้วย  ตามมาอ่านไปพร้อมๆกัน!

Blue Cosmos


“ตู้ม!!!” เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว จนแผ่นดินสะเทือน แรงระเบิดส่งให้ร่างของไอนิสาลอยขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะกระแทกเข้ากับผนังห้องใต้ดินอย่างแรง และร่วงลงสู่พื้นราวกับตุ๊กตาหนึ่งตัว ไอนิสาได้กลิ่นควันและกลิ่นเลือดคาวแสบจมูก ความร้อนจากเปลวเพลิงอยู่ไม่ไกลจากตัวนัก

“ไอนิสา ไอนิสา”

    เสียงคุ้นหูพยายามตะโกนเรียกชื่อเธอแข่งกับเสียงปะทุของเปลวไฟ เธอทำได้เพียงเผยอเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย เพราะเจ็บปวดเกินกว่าจะขยับตัว  เธอเห็นกองเพลิงขนาดใหญ่ลุกท่วม  และเบื้องหน้ากองเพลิงก็คือร่างของครามชายคนรักของเธอ ที่เลือดไหลท่วมหน้าจนเข้าไปในดวงตาสีเทาของเขากลบไฝเล็กๆใต้ตาซ้ายที่เธอชอบมอง

    ครามกระเสือกกระสนมาหาไอนิสา เขาคงบาดเจ็บเกินกว่าจะเดินไหวเหมือนกัน  เขามาถึงร่างของเธอและประคองเธอไว้อย่างอบอุ่นในอ้อมกอด

“ไม่ๆๆ อย่าตายนะ ไอนิสา ผมรักคุณ อย่าตายนะ”

    ครามพยายามเรียกไอนิสาไว้ เธอทำได้เพียงยิ้มบางๆ และเอื้อมมือได้เช็ดคราบเลือดให้เขา จนเธอได้เห็นไฝเล็กๆใต้ตานั้นอีกครั้ง ก่อนเธอจะค่อยๆหลับตาลงและจากโลกนี้ไป...ตลอดกาล

______________________________________


“ไอนิสาๆๆๆ”
    ไอนิสาได้ยินเสียงเรียกชื่อเธออีกครั้ง เธอรู้สึกมึนหัวอย่างบอกไม่ถูก เธอลืมตาขึ้นแต่แสงจ้าจากหลอดไฟกำลังสูงทำให้เธอแสบตา เธอหรี่ตามองเห็นเงาคนจำนวนมากล้อมเธอเอาไว้ นี่เธอยังไม่ตายงั้นเหรอ แล้วเมื่อกี้คืออะไร ทำไมมันถึงได้สมจริงนักนะ
    “เป็นอะไรมากรึเปล่าเนี่ย”
“ไม่น่านะ แค่โดนลูกบาสเอง”
“ไอนิสาห้องบ๊วยใช่มั้ยนะ”
“อ๊ะ!! เธอลืมตาแล้วนี่”
    ไอนิสาได้ยินเสียงที่คนพึมพำพูดถึงเธอ โดยเธอพยายามคลำหาแว่นตาไปด้วย จนเธอพบว่ามันหล่นจนกระจกเลนส์หลุดออกมา   ไอนิสาพยายามเพ่งมองไปรอบๆเห็นว่าตอนนี้เธอนั่งอยู่กลางห้องแลปใต้ดินของโรงเรียน และทันใดนั้นก็มีเสียงดังคุ้นหูขึ้นมา
    “เธอไม่เป็นอะไรแล้วใช่มั้ย?”
    ไอนิสาหันไปมองกลุ่มคนที่ล้อมเธออยู่แตกฮือออกจากกัน  เผยให้เห็นร่างสูงเจ้าของเสียง เธอพยายามเพ่งมอง ก่อนร่างนั้นจะเดินเข้ามาใกล้ๆเห็นว่าเจ้าของเสียงนั้นคือครามนั่นเอง
    ไอนิสาจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้แล้ว  เธอกำลังจะกลับบ้านแต่ดันนึกขึ้นมาได้ว่าลืมหนังสือเอาไว้ที่ห้องแลปใต้ดินแห่งนี้  เธอเลยต้องไปขอคีย์การ์ดจากอาจารย์มาเปิด  แต่เมื่อเข้ามาก็เข้ามาเห็นว่าครามผู้ชายที่เธอตกหลุมรักมาตั้งแต่มอต้น  กำลังทำการทดลองเครื่องต้านแรงโน้มถ่วงอยู่กับเพื่อนๆพอดี  เธอเลยถือโอกาสแอบดูเขาอย่างเงียบๆ  
แต่ตอนนั้นเองที่ลูกบาสที่ใช้ในการทดลองเกิดหลุดจากเครื่องต้านฯ  พุ่งหวือตรงมาที่เธอ  มันกระแทกเข้าที่หน้าเธออย่างแรงจนเธอสลบไป
    ครามที่เธอเห็นตอนนี้เหมือนกับครามในความฝันก่อนหน้านี้ทุกประการ ทั้งดวงตาสีเทาน่าค้นหา ใฝใต้ตาเล็กๆที่เป็นเสน่ห์ แต่สิ่งเดียวที่ไม่เหมือนคือ  ตอนนี้มันไม่มีความเป็นห่วงหลงเหลืออยู่เลย มีแต่แววตาของความรำคาญเท่านั้น
    “อื้อ ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ...” ไอนิสาตอบทั้งๆที่เอามือเช็ดเลือดกำเดาที่ไหลออกมาเป็นทาง  ก่อนจะเงียบไปนิดนึงแล้วพูดขึ้นต่อ ”...ขอบคุณนะที่เป็นห่วง...”
“ฉันไม่ได้เป็นห่วง แต่ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็ออกไปได้แล้ว พวกเราจะได้ทำงานกันต่อ”
ครามพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งไล่ ไอนิสาหน้าชานิดหน่อยที่โดนไล่ออกมาแบบนี้  แต่ก็ยิ้มตอบแห้งๆ และลุกออกมา  แต่ทันใดนั้นเองครามก็พูดไล่หลังเธอขึ้นมา  
“แล้ววันหลัง ถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็จำไว้ด้วย ว่าห้ามเข้ามาในห้องแลปใต้ดินเด็ดขาด”
ไอนิสาพยักหน้าเป็นเชิงรับทราบ  แล้วก็เดินออกมาจากแลปใต้ดินแห่งนั้นทันที

______________________________________

ไอนิสาเดินออกมาที่ป้ายรถเมล์  เธอเอาทิชชู่ที่อุดจมูกออก  เห็นว่าเลือดแห้งไปแล้ว  เธอพยายามมองรถเมล์ที่กำลังแล่นมา  แต่สายตาสั้นทำให้มันเบลอเกินกว่าที่เธอจะรู้ว่ามันคือสายอะไร
“สาย11น่ะ”
เสียงทุ้มต่ำลอยขึ้นมา ไอนิสาหันไปดูเห็นว่าเจ้าของเสียงคือชายร่างสูงที่นั่งอยู่ที่ป้ายรถเมล์อยู่ก่อนแล้ว แต่เขาใส่ฮู้ดคลุมหัว เธอจึงไม่เห็นหน้าเขา  แต่แปลกที่เธอรู้สึกคุ้นกับเสียงของเขาชอบกล
“เอ่อ...ขอบคุณนะคะ”
“คุณมานั่งก่อนดีกว่า  อีกสักพักแหละกว่าสาย34จะมา”
ไอนิสาสงสัยว่าชายคนนี้รู้ได้ยังไงว่าเธอกำลังรอรถเมล์สายอะไรอยู่
“นี่คุณ...”  แต่เธอยังพูดไม่ทันจบเขาก็พูดสวนขึ้นมาก่อน
“ป้ายนี้มีรถเมล์จอดแค่ไม่กี่สาย ส่วนใหญ่ก็แล่นเข้าตัวเมือง คนส่วนใหญ่ที่ขึ้นรถเมล์เวลานี้ก็ขึ้นรถกลับบ้านแถบชานเมืองทั้งนั้น สายที่ไปชานเมืองก็มีแค่11กับ34 ในเมื่อสาย11ไม่ใช่ก็แสดงว่าคุณรอสาย34อยู่ ใช่มั้ยล่ะ?”
ไอนิสาทึ่งกับการวิเคราะห์ได้เป็นฉากๆของชายคนนี้
“ถ้าสาย34มาผมจะบอกคุณเอง” ชายแปลกหน้าพูดต่อ
“เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” ไอนิสาได้แต่พึมพำขอบคุณเบาๆ
“แว่นคุณไปโดนอะไรมาเหรอ” เขาพูดพลางเหลือบมาทางแว่นที่ไอนิสาถืออยู่ในมือ
“เอ่อ...อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ”
“อย่างนั้นคนทำก็ควรซ่อมให้คุณนะ”
ไอนิสาส่ายหัวอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกค่ะ ฉันทำเอง”
“เหรอ งั้นขอผมดูหน่อยนะ”
ไอนิสายังไม่ทันพูดอะไร เขาก็ฉวยแว่นและเลนส์ไปจากมือเธอทันที ไอนิสาเหวอไปเล็กน้อย
“กรอบแว่นนี่หนาไปหน่อยนะ เวลาใส่แล้วคงทำให้คนอื่นเห็นตาคุณไม่ชัดเท่าไหร่”
“ฉันก็ไม่ได้อยากให้ใครมาเห็นตาฉันนี่” ไอนิสาก้มหน้าพึมพำตอบไป
“ทำไมล่ะ  ผมว่าตาคุณสวยออกนะ”
ไอนิสาอึ้งไปเพราะนี่คือครั้งแรกที่มีคนชมว่าเธอสวย  เธอหันไปมองเขา  เห็นว่าเขาหันมาหาเธอ  แม้จะเห็นแค่ภาพเบลอๆ  แต่ไอนิสาก็รู้ดีว่าเขากำลังส่งยิ้มมาให้เธอ  และนั่นก็พอที่จะทำให้หน้าเธอร้อนผ่าวขึ้นมาแล้ว
“เอาล่ะ เสร็จละ!”  ชายแปลกหน้าพูด พลางส่งชูแว่นให้เธอดู
“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่...คุณชื่ออะไรเหรอ”  ไอนิสาพูดพลางยื่นมือไปรับแว่น
แต่ชายคนนั้นกลับดึงแว่นกลับ ไอนิสางง  ก่อนเขาจะเดินมาคุกเข่าหน้าไอนิสา  จนหน้าของเธอกับเขาอยู่ในระดับเดียวกัน  แล้วเขาก็ค่อยๆยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอ    เขาโน้มหน้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  จนสายตาเบลอๆของเธอมองเห็นดวงตาสีเทาสดใสของเขา  ไอนิสาใจเต้นแรง  ในขณะเดียวกันเธอก็สังเกตว่าเขาเองก็ดูจะหายใจไม่เป็นจังหวะเหมือนกัน  ไอนิสาจะผละตัวหนี  แต่เขากลับจับตัวเธอไว้และโน้มตัวเข้ามาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ไอนิสาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของเขา  ซึ่งเขาก็ดูจะหายใจไม่เป็นจังหวะเหมือนกับเธอ  เธอทำอะไรไม่ถูกหลับตาปี๋...
ไอนิสารู้สึกเบาๆที่ใบหู  เธอลืมตาขึ้นเห็นว่าเขาค่อยๆสวมแว่นให้เธออย่างอ่อนโยน  ภาพหน้าตาของเขาค่อยๆแจ่มชัดขึ้นตามระยะที่แว่งมาชนดั้งเธอ  เมื่อสวมแว่นเสร็จเขาก็ผละตัวถอยหลังไปนิดนึง  ก่อนจะส่งยิ้มกว้างให้  และเมื่อเธอเห็นหน้าตาเขาชัดเจนขึ้นเธอก็ต้องตกใจอย่างมาก...
เพราะหน้าตาของเขาเหมือนกับครามไม่มีผิด  ทั้งปอยผมสีฟ้าอ่อน  ดวงตาสีเทาใสและไฝเล็กๆใต้ตาซ้ายนั้น
“ค..ครา...ม” ไอนิสาพึมพำออกมาเบาๆ  ชายคนนั้นยิ้มบางๆตอบ
“ไม่ใช่ครับ ผมชื่อ...ไคล์มินครับ” ก่อนเขาจะดึงฮู้ดออกเผยให้เห็น ผมสีฟ้าอ่อนที่ยาวจนถึงกลางหลัง
ก่อนไคล์มินจะยิ้มกว้างให้ไอนิสาและเดินออกไป
    “คุณไม่ขึ้นรถเมล์แล้วเหรอ?”  ไอนิสาตะโกนถามออกไป  ไคล์มินหันมาหาเธอช้าๆ  ก่อนจะยิ้มกว้างให้
    “ผมไม่ได้มารอรถเมล์หรอก...” เขาตอบยิ้มๆแต่น้ำเสียงจริงจัง

______________________________________


มีหน้าต่างติดกระจกขนาดใหญ่ติดอยู่รอบห้อง  ที่สำคัญมันยังทำให้เห็นวิวของกลุ่มดาวสวยงามต่างๆมากมาย  ซึ่งอยู่ใกล้จนเธอรู้สึกเหมือนสามารถเอื้อมมือไปแตะพวกมันได้ เหมือนกับว่าเธอกำลังอยู่บนยานอวกาศเลย  ที่นี่คือที่ไหน? และไคล์มินคนนั้นคือใครกันแน่?

ห้องแลปใต้ดินกลายเป็นสีฟ้าสุกปลั่ง  เหมือนมีเปลวไฟสีฟ้าเต้นอยู่ภายในพื้นและผนัง  อุปกรณ์และเครื่องทดลองฟิสิกส์ทุกอย่างหายไป  เป็นเพียงแค่ห้องโล่งๆ  แต่สิ่งที่ทำให้ไอนิสาต้องช็อคไปก็คือมันมี หน้าต่าง!!
ไอนิสาค้นคีย์การ์ดในกระเป๋าที่ขอมาจากอาจารย์ด้วยมือสั่นรัว  ในใจภาวนาของให้ครามปลอดภัย  เธอรีบสแกนคีย์การ์ดเข้าไปในห้องแลปใต้ดินทั้นที  แต่ภาพห้องห้องที่เธอเห็นตรงหน้าก็ทำให้เธอต้องอึ้งไป...
ภาพระเบิดในฝันกลับมา  ภาพเปลวไฟลุกไหม้  กลิ่นควันโขมง  และภาพครามที่นอนจมกองเลือด  หรือว่าจะเกิดการทดลองผิดพลาดในห้องนั้น  ใช่แน่ๆภาพฝันที่เธอเห็นต้องเป็นภาพเดจาวูแน่ๆ
“ตู้ม!!!”  มีเสียงระเบิดดังลั่นขึ้นมาจากในห้องนั้น  ไอนิสาหันควับกลับไปมอง  เห็นประตูห้องยังคงปิดสนิทดี  แต่เธอมั่นใจมากว่าเสียงระเบิดดังมาจากในห้องแน่ๆ  
แม้จะไม่รู้ว่าครามจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร  แต่เมื่อนึกภาพว่าป่านนี้เขาคงถอดวิกและหัวเราะอย่างสะใจอยู่กับเพื่อนๆในห้องทดลองนั้น  ที่สามารถหลอกผู้หญิงโง่ๆอย่างไอนิสาห้องบ๊วยได้แล้ว  ไอนิสาก็รู้สึกเศร้าใจขึ้นมา  ความคิดนี้มีแต่จะทำให้เธอรู้สึกแย่  เธอเลยตัดสินใจจะเดินออกไป  ก่อนเขาจะออกมาเจอว่าเธอยังโง่นั่งรอเขาอยู่
ใช่แล้ว!!  ไม่มีใครหรอกนอกจากคราม ถ้าเป็นนักเรียนคนอื่นต้องมาขอคีย์การ์ดจากอาจารย์มาเปิดแล้ว  จะมีก็แต่ครามผู้เป็นนักเรียนฟิสิกส์โอลิมปิกส์เหรียญทองเท่านั้นที่มีอภิสิทธิ์สามารถสแกนนิ้วข้าไปในห้องทดลองได้
แล้วเมื่อเห็นไคล์มินก็เลี้ยวเข้าไปในตึกทดลองฟิสิกส์ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจให้ไอนิสา ไอนิสาเห็นเขาตรงไปที่ห้องแลปใต้ดิน ห้องที่เธอสลบไปก่อนหน้านี้  เห็นเขาสแกนลายนิ้วมือแล้วประตูห้องแลปก็เปิดออกอย่างง่ายดาย  ก่อนเขาจะหายไปในห้องนั้น
ต้องใช่แน่ๆ เขาต้องคือครามแน่ๆ  คนนอกไม่มีทางรู้จักทางดีขนาดนี้หรอก
เมื่อคิดได้แบบนี้ไอนิสาก็ฉวยจังหวะเดินตามไคล์มินเข้าไปในโรงเรียน  โรงเรียนตอนเย็นทำให้ระหว่างทางเธอแทบไม่เจอกับใครเลย  ไอนิสามองท่าทางของไคล์มินที่เดินไปตามทางอย่างมั่นใจ  ราวกับเขารู้จักที่นี่เป็นอย่างดี  
ต้องใช่แน่ๆ ครามต้องปลอมตัวมาแกล้งเธอแน่ๆ  คนอย่างเขาไม่มีทางเป็นห่วงเธอจริงๆหรอก
ไม่มีทางหรอกคนสองคนจะเหมือนกันขนาดนี้ได้ยังไง  ขนาดฝาแฝดยังไม่เหมือนกันขนาดนี้เลย  เธอคิดพลางมองตามไคล์มินที่เดินกลับเข้าไปในรั้วโรงเรียน
แล้วผู้ชายที่เธอเห็นในความฝัน  เขาคือใครกันแน่ล่ะเนี่ย?
ไอนิสางงมองตามผมหางม้าสีฟ้าอ่อนที่สะบัดไปมา  เธอช่างสับสนเหลือเกิน  เขาช่างเหมือนครามมากจริงๆ  ทั้งหน้าตา บุคลิก อย่างเดียวที่ทำให้เขาดูต่างออกไปก็คือ  ไคล์มินช่างดูเป็นห่วงเป็นใยเธอเหลือเกิน เหมือนกับครามที่เธอฝันถึงเมื่อกี้ไม่มีผิด  แต่เดี๋ยวนะ!!
“...ผมมารอคุณต่างหาก” ไคล์มินพูดและสบตาไอนิสานิ่งๆ  เธอมองเขาตะลึงงัน  ก่อนเขาจะหันหลังเดินออกไป  

____________________FIN____________________


นอกจากนี้เรายังมีเซอร์ไพร์สจาก Blue Cosmos ด้วย นั่นคือการประกวดคอสเพลย์โดยต๋องและนภัทรนั่นเอง
โดยนภัทรคอสเพลย์เป็นไคลมิน จาก Blue Cosmos


ส่วนต๋องคอสเพลย์เป็นไกอาจาก Venus Sphere ซึ่งเป็นการ์ตูนที่แต่งเพื่อซีรีส์โดยเฉพาะเช่นกัน


เห็นถึงความตั้งใจของทีมงานขนาดนี้ ต้องตามไปฟินกันใน ซีรีส์ "Notification เตือนนัก...รักซะเลย"
คลิกดูเลย >  https://mello.me/video/60553